มีหลายคนที่ได้ทำการขอยื่นวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาไปแล้ว แต่การยื่นขอวีซ่านั้นมีระยะเวลานานพอสมควรในการทราบผลอนุมัติ จึงมีคำถามขึ้นมาว่าสามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวในระหว่างที่รอการขอวีซ่าคู่หมั้นได้หรือไม่

โดยทั่วไปแล้วคู่หมั้นหรือคนรักคนไทยทั่วไปเมื่อหมั้นหรือแต่งงานกันแล้วก็สามารถที่จะย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันได้ แต่ในกรณีที่จะกล่าวดังต่อไปนี้คือต่างชาติกับคนไทยนั้นเมื่อฝ่ายชายหรือหญิงที่ต้องการอีกฝ่ายย้ายไปอยู่และใช้ชีวิตคู่ด้วยกันที่อเมริกาจึงจำเป็นต้องดำเนินการยื่นขอวีซ่าเพื่อเดินทางไป

การยื่ขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา นั้นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 8 เดือนเป็นอย่างต่ำเพื่อทราบผลอนุมัติ ซึ่งถือว่าเป็นเวลานานพอสมควร และเมื่อมีคำถามขึ้นมาว่าสามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวในระหว่างที่รอการขอวีซ่าคู่หมั้นได้หรือไม่เนื่องจากวีซ่าท่องเที่ยวนั้นใช้ระยะเวลาในการทราบผลเร็วกว่าวีซ่าคู่หมั้น

จากคำแนะนำของทนายจิตต์โสภิณฑ์นั้น กฎหมายไม่ได้ห้ามไม่ให้ขอในช่วงเวลาเดียวกันทุกคนอาจจะยื่นขอวีซ่าท่องเทียวได้แต่วีซ่าท่องเที่ยวนั้นอาจจะถูกปฏิเสธสูง เนื่องจากทางUSCISสามารถตรวจสอบประวัติได้ว่าเคยมีการยื่นขอวีซ่าประเภทคู่หมั้นมาก่อนแล้ว

ดังนั้นหากผู้ใดที่มีความประสงค์จะขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปอยู่อาศัยกับคู่สมรสในสหรัฐอเมริกาโดยเร็ว จึงต้องมีการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญที่รู้ข้อมูลในการทำเอกสารให้ขั้นตอนการขอวีซ่าสั้นลงและเป็นไปได้รวดเร็ว

{ 0 comments }

หลายคู่สมรสที่แต่งงานใช้ชีวิตด้วยกันแล้วไม่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะด้วยเหตผลใดๆ ก็ตามทุกคู่สมรสจะมุ่งตรงไปที่การหย่า แต่หากชีวิตคู่ที่มีปัญหานั้นมีสาเหตุมาจากสามีน้อยหรือภรรยาน้อยปลายทางจุดจบอาจจะไม่ต้องเป็นการหย่าเสมอไป

ปัจจุบันเมื่อสามีภรรยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนอกใจไปมีสามีน้อยหรือภรรยาน้อยก็อาจจะทำให้ชีวิตคู่ถึงจุดจบลงได้ด้วยกันฟ้องหย่า แต่การฟ้องหย่านั้นเป็นแค่เพียงการแบ่งสินสมรสและหน้าที่ของสามีภรรยาจบลงตามกฎหมาย หากผู้ที่ได้รับความเสียหายคิดว่าตนควรได้รับสิทธิที่จะได้รับค่าทดแทนจากการถูกพรากสามีหรือภรรยาไปจึงควรมุ่งตรงไปที่การฟ้องสามีน้อยหรือภรรยาน้อย ( ฟ้องชู้ )

จากคำแนะนำของทนายสุธิดาในเรื่องของการฟ้องสามีหรือภรรยาน้อยนั้นอาจจะต้องมีหลีกฐานพยานที่มีน้ำหนักน่าเชื่อเป็นอย่างมากโดยพยานหลักฐานต้องชัดเจนและหนักแน่น เช่น หลับนอนร่วมเตียงเดียวกันในบ้านที่มีบุตรอยู่ หรือเปิดเผยแสดงตัวสามีน้อยหรือภรรยาน้อยให้ผู้คนได้รู้จัก และหากฝ่ายผู้เสียหายนั้นสามารถพิสูจน์ได้ดังที่กล่าวมา ผู้เสียหายอาจจะได้รับค่าชดแทนจากสามีน้อยหรือภรรยาน้อยจากการที่พรากสามีหรือภรรยาไป

จากคำพิพากษาการดูหนัง ทานข้าวด้วยกันหรือแอบนอนร่วมกันตามโรงแรม อาจจะยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10851/2555

{ 0 comments }

กฎหมายประกาศให้ทำแท้งได้แล้ว

March 11, 2020

สำหรับประเทศไทยการทำแท้งถือเป็นปัญหามายาวนาน และถึงแม้ว่ากฎหมายจะอนุญาตให้ทำแท้งได้ในบางกรณีก็ตามแต่ก็ยังคงพบปัญหาที่ทำให้หญิงท้องต้องทำแท้งเถื่อนอยู่ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าการทำแท้งของหญิงท้องไม่ผิดอีกต่อไป เนื่องจากกฎหมายอาญาที่บัญญัติเกี่ยวกับการห้ามหญิงทำแท้งนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ให้ความเป็นธรรมต่อชายและหญิงเท่ากัน ซึ่งหมายความว่าหากครบ 360 วันหลังจากที่มีคำวินิจฉัยกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นการทำแท้งจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย หลังจากที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวออกมาก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายที่ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้งถูกกฎหมาย ซึ่งด้วยจารีตประเพณีของไทยการทำแท้งเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม และอาจจะเป็นการส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอีกด้วย ในอีกด้านหนึ่งก็มีบุคคลที่เห็นชอบต่อกฎหมายนี้ โดยมองว่าการทำแท้งนั้นเป็นเพียง “ปัญหาสุขภาพ” เนื่องจากการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมจะเลี้ยงดู และต้องการให้มีการทำแท้งในโรงพยาบาลอย่างถูกกฎหมายโดยไม่พึ่งพาการบริการทำแท้งใต้ดิน ปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวยังคงไม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้นหากหญิงใดทำแท้งก็อาจจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาอยู่ แต่หากเข้าข้อยกเว้นของกฎหมายการทำแท้งโดยแพทย์หรือเหตุอื่นตามที่กฎหมายอนุญาตการทำแท้งนี้ก็อาจจะสามรถทำได้อย่างถูกกฎหมาย หากหญิงใดไม่ต้องการที่จะทำแท้งยังมีทางเลือกอื่นเช่น มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมหรือการรับบุตรบุญธรรม 

Read the full article →

กฎหมายโควิด-19 ปกปิดประวัติการเดินทาง

March 6, 2020

เมื่อโรคโรคโควิด-19 ถูกประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายแล้วทำให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ในเรื่องของค่าปรับ ซึ่งส่งผลต่อทั้งผู้ประกอบการต่างๆ และผู้เดินทางมากลับมาจากต่างประเทศ เมื่อโรคโควิด-19 ถูกประกาศให้เป็นเป็นโรคติดต่ออันตรายและมีผลบังคับใช้แล้ว กฎระเบียบต่างๆ จึงต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นและมีการปฏิบัติให้เป็นไปตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558  ที่กำหนดให้ประชาชนหรือผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล หรือผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด เช่น โรงแรม จะต้องรายงานแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีผู้ต้องสงสัยหรือผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่ออันตราย โดยจะต้องให้ข้อมูลเป็นจริง หากไม่แจ้งอาจจะมีโทษปรับ 2 หมื่นบาท ซึ่งในแต่ละกรณีค่าปรับโรคโควิด-19  จะต่างกันออกไปตามลักษณะของความผิด หากในอนาคตโลกยังไม่สามารถที่จะควบคุมโรคโควิด-19 ได้และความร้ายแรงเพิ่มขึ้นรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกอาจจะมีมาตรการหรือกฎหมายใหม่เพื่อจัดการคุมควบมากขึ้นอีกระดับหนึ่งรวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

Read the full article →

กฎหมายปรับผู้ปกปิดประวัติ เสี่ยงเป็นโควิด-19

March 6, 2020

ในขณะนี้โรคไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ได้ถูกประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายแล้ว และยังมีโทษสำหรับผู้ประกอบการต่างๆ หรือบุคคลเสี่ยงที่ปกปิดประวัติที่จำเป็นสำหรับการสอบสวนโรค เมื่อโรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายมีผลบังคับใช้แล้วการดำเนินการจะเป็นไปตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 กำหนดให้ประชาชนหรือผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล หรือผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด เช่น โรงแรม จะต้องรายงานแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีผู้ต้องสงสัยหรือผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่ออันตราย โดยจะต้องให้ข้อมูลเป็นจริง หากไม่แจ้งจะมีโทษปรับ 2 หมื่นบาท ซึ่งในแต่ละกรณีค่าปรับโรคโควิด-19  จะต่างกันออกไปตามลักษณะของความผิด ในบางกรณีประชาชนอาจจะไม่ได้มีเจตนาในการปิดบังข้อมูลแต่ว่าสถานการณ์อาจจะทำให้ต้องเหมือนว่าปิดบังข้อมูลหรือประวัติการเดินทางจากประเทศที่เสี่ยง ดังนั้นเราอาจจะถูกหมิ่นประมาทจากเจ้าพนักงานก็เป็นไปได้ ในอนาคตหากโลกยังไม่สามารถที่จะควบคุมโรคโควิด-19 ได้และความร้ายแรงเพิ่มขึ้นรัฐบาลอาจจะมีมาตรการหรือกฎหมายใหม่เพื่อจัดการคุมควบมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง

Read the full article →

ทำแท้งถูกกฎหมาย เลิกพึ่งทำแท้งเถื่อน

March 3, 2020

การทำแท้งอาจจะเป็นทางเลือกแรกๆ สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้มีความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และถึงแม้ว่ากฎหมายจะอนุญาตให้ทำแท้งได้ในบางกรณีก็ตามแต่ก็ยังคงพบปัญหาที่ทำให้หญิงท้องต้องทำแท้งเถื่อนอยู่ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าการทำแท้งของหญิงท้องไม่ผิดอีกต่อไป เนื่องจากกฎหมายอาญาที่บัญญัติเกี่ยวกับการห้ามหญิงทำแท้งนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ให้ความเป็นธรรมต่อชายและหญิงเท่ากัน ซึ่งหมายความว่าหากครบ 360 วันหลังจากที่มีคำวินิจฉัยกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นการทำแท้งจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย หลังจากที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวออกมาก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายที่ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้งถูกกฎหมาย ซึ่งด้วยจารีตประเพณีของไทยการทำแท้งเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม และอาจจะเป็นการส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอีกด้วย ปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวยังคงไม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้นหากหญิงใดทำแท้งก็อาจจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาอยู่ แต่หากเข้าข้อยกเว้นของกฎหมายการทำแท้งโดยแพทย์หรือเหตุอื่นตามที่กฎหมายหรือศาลอนุญาต การทำแท้งนี้ก็อาจจะสามารถทำได้อย่างถูกกฎหมาย หากหญิงใดไม่ต้องการที่จะทำแท้งยังมีทางเลือกอื่นเช่น มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมหรือการรับบุตรบุญธรรม 

Read the full article →

สิทธิในอากาศสะอาด

March 3, 2020

ช่วงนี้ปัญหามลพิษทางอากาศเลวร้ายขึ้นในหลายพื้นที่จนอาจเรียกได้ว่าถึงขั้นวิกฤต โดยเฉพาะภาคกลางและกรุงเทพฯ ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยหมอกจนมองไม่เห็นฟ้าไปหลายวัน ทำให้มีประชาชนเริ่มออกมาทวงสิทธิในอากาศสะอาด สำหรับประเทศไทยเองนั้น กฎหมายก็เปิดช่องให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ ซึ่งอาจจะกระทำโดยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายสิทธิในอากาศสะอาด  เฉพาะออกมาบังคับอย่างแน่นอนเนื่องจากการมลพิษในอากาศของประเทศไทยไม่มีถึงกับเข้าขั้นวิกฤตมาก่อน อย่างในประเทศอังกฤษในปีหลังจากเกิดปัญหาควันพิษในปี 1952 ที่ทำให้คนตายเป็นพันคนก็มีการออก Clean Air Act  จากกรณีดังกล่าวทำให้เกิดตั้งคำถามต่อประเทศไทยว่าต้องให้มีประชาชนตายก่อนใช่หรือไม่ ถึงจะมีการกำหนดมาตราหรืออกกฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นในประเทศไทยในตอนนี้

Read the full article →

ครูถูกจับค้าประเวณีเด็กและอาจโดนฟ้องละเมิด

March 1, 2020

ครูที่จังหวัดสุรินทร์เปิดร้านโคราโอเกะบังหน้าเพื่อเปิดสถานบริการค้าประเวณีเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่ตนประจำอยู่ ตามกฎหมายอาญาอาจจะมีความผิดค้ามนุษย์ พรากผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครองและอาจจะผิดละฐานละเมิดอีกด้วย เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563ที่ผ่านมามีการเข้าจับคุมร้านโคราโอเกะที่อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ โดยร้านคาราโอเกะทั้ง 3 แห่งดังกล่าวนี้เปิดบังหน้าเพื่อแอบแฝงขายบริการทางเพศซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยเสนอขายบริการทางเพศในราคา 1,200 บาท ซึ่งเด็กได้ส่วนแบ่ง 900 บาท ทางร้านหักไว้ 300 บาท ร้านคาราโอเกะ 3 แห่งนี้ มีครูชำนาญการของโรงเรียนปฐมศึกษาแห่งหนึ่งภายในเขตพื้นที่อำเภอศีขรภูมิเป็นเจ้าของร้าน และอาจมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกด้วยในการให้ทางสะดวกแก่การเปิดสถานบริการ ซึ่งในกรณีนี้ครูอาจจะมีความผิดฐานค้าประเวณีเด็กตามกฎหมายอาญาและอาจจะถูกปลดออกจากการเป็นข้าราชการอีกด้วย กรณีที่กล่าวมานี้ครูอาจจะถูกดำเนินคดีอาญาและผู้ปกครองของเด็กอาจจะไม่ได้รับค่าเสียหายจากการถูกละเมิดในทางแพ่ง ดังนั้นหากผู้เสียหายได้รับคำแนะนำจากทนายความจิราพรก็อาจจะได้รับค่าเสียหายด้วย

Read the full article →

ครูโดนจับฐานค้าประเวณีและอาจจะโดนคดีละเมิด

March 1, 2020

เมื่อครูที่เปิดร้านโคราโอเกะบังหน้าเพื่อเปิดสถานบริการหรือค้าประเวณีเด็กนักเรียน ตามกฎหมายอาญาอาจจะมีความผิดค้ามนุษย์ พรากผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครองและอาจจะผิดละฐานละเมิดอีกด้วย เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563ที่ผ่านมามีการเข้าจับคุมร้านโคราโอเกะที่อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์พร้อมกันทั้ง 3 ร้าน โดยร้านคาราโอเกะดังแห่งกล่าวนี้เปิดบังหน้าเพื่อแอบแฝงขายบริการทางเพศซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวนมาก โดยเสนอขายบริการทางเพศในราคา 1,200 บาท ซึ่งเด็กได้ส่วนแบ่ง 900 บาท ทางร้านหัก ไว้ 300 บาท โดยร้านคาราโอเกะ 3 แห่งนี้ มีครูชำนาญการของโรงเรียนปฐมศึกษาแห่งหนึ่งภายในเขตพื้นที่อำเภอศีขรภูมิเป็นเจ้าของร้าน และอาจมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องอีกด้วย ในกรณีนี้ครูอาจจะมีความผิดฐานค้าประเวณีเด็กตามกฎหมายอาญาและอาจจะถูกปลดออกจากราชการอีกด้วย ถึงแม้ว่าคดีที่กล่าวมานี้จะเป็นการฟ้องคดีอาญาก็ตาม แต่ผู้เสียหายยังมีสิทธิที่จะได้รับค่าเสียหายจากการฟ้องละเมิดในทางแพ่ง ดังนั้นหากผู้เสียหายได้รับคำแนะนำจากทนายความจิราพรผู้เสียหายอาจจะได้รับค่าเสียหายอีกด้วย

Read the full article →

ด่านายจ้างบนเฟสบุ๊ค ระวัง!! งดค่าชดเชย

February 21, 2020

โดยทั่วไปของการทำงานแล้ว การถูกนายจ้างตำหนิและก็ต้องมีบ้างที่ลูกจ้างอย่างเราต้องแอบไปบ่น ตัดพ้อระบายความในใจกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในช่องทางของโลกโซเซียลอย่างเฟสบุ๊ค หรือทวิสเตอร์ หรืออินสตาแกรม เฟสบุ๊คหรือทวิสเตอร์ หรืออินสตาแกรมเป็นสื่อออนไลน์สาธารณะที่ผู้ใช้งานในการติดต่อกับบุคคลอื่น และบุคคลอื่นสามารถเข้าถึงข้อความที่มีผู้เขียนลงได้ และมีบุคคลภายนอกเข้ามาเขียนข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่่ยวกับข้อความดังกล่าวได้ ดังนั้น การเขียนข้อความ บ่นหรือตัดพ้อ นายจ้าง ย่อมมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของนายจ้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการของลูกค้า การกระทำของลูกจ้างที่โพสต์บ่นหรือตัดพ้อนายจ้างจึงเป็นการจงใจทำให้นายจ้างอาจจะได้รับความเสียหายตามกฎหมายคดีแรงงานและยังเป็นการกระทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตน ซึ่งนายจ้างอาจมีสิทธิที่จะเลิกจ้างได้ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 8206/2560  จากกรณีดังกล่าวหากมีผู้กระทำตามในรูปแบบนี้ก็อาจจะไม่เป็นความผิดเสมอไป ซึ่งในแต่ละกรณีนั้นจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไปหรืออาจมีความผิดมากกว่าหนึ่งกรณี ดังนั้นทนายความคดีแรงงานผู้ดำเนินคดีจะต้องตรวจข้อเท็จจริงทั้งหมด

Read the full article →