นายจ้างออกระเบียบเมื่อลูกจ้างลาป่วยวันเดียวต้องใช้ใบรับรองแพทย์ ระเบียบดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายแรงงานหรือไม่

 หลังจากที่มีการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ออกมาเมื่อควบคุมสถานการณ์โควิด-19 นั้น และถึงแม้ว่าจะมีผลกระทบต่อลูกล้างแต่พรบ.คุ้มครองแรงงานก็ไม่ได้มีการแก้ไขหรือมระเบียบออกมาใช้ชั่วคราวแต่อย่างใด ดังนั้นกฎหมายจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง การลาป่วยต้องใช้ใบรับรองแพทย์นั้นจึงเป็นเมื่อลาป่วย 3 วันขึ้นไปดังเดิม แต่เมื่อนายจ้างออกระเบียบให้ลูกจ้างลาป่วยวันเดียวต้องใช้ใบรับรองแพทย์ดังนี้ สามารถทำได้หรือไม่ทนายความคดีแรงงานได้แบ่งออกไว้เป็นสองกรณีดังต่อไปนี้

  1. พนักงานผู้มีอำนาจอนุมัติการลา ยังคงมีหน้าที่ต้องทำตามระเบียบของบริษัทต่อไป แม้ว่าลาป่วยไม่ถึง 3 วันก็ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ เนื่องจากแต่ละบริษัทอาจจะมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการจัดการและมาตรการของบริษัทนั้น ๆ จึงแตกต่างกันออกไปด้วย
  2. พนักงานผู้ลาป่วย หากนายจ้างใช้มาตรการลาป่วยวันเดียวต้องใช้ใบรับรองแพทย์ และลูกจ้างผู้ลาป่วยไม่ปฏิบัติตามระเบียบ และหากมีการเลิกจ้างงาน ลดเงินเดือน หรือการลงโทษใดเนื่องจากเหตุการณ์ลาดังกล่าวนี้ ซึ่งเป็นส่งผลกระทบต่อลูกจ้าง ลูกจ้างนั้นมีสิทธิที่จะโต้งแย้งจากการกระทำโดยไม่ชอบของนายจ้างได้

จากกรณีที่ได้กล่าวมาข้างต้นทุกบริษัทมีมาตรการการจัดการที่แตกต่างกันออกไป บางบริษัทอาจจะมีมาตรการเยียวแก่พนักงานหรือไม่มี ดังนั้นอาจจะต้องมีการติดต่อฝ่ายบุคคลของหนักงานผู้ลาป่วยเป็นรายบุคคลไป

{ 0 comments }

เมื่อปัญหาชีวิตคู่ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้จุดจบของคู่ชีวิตจึงอาจจะไปจบที่การหย่าร้าง ซึ่งปัจจุบันหลายคนที่เลิกร้างกับสามีหรือภรรยาเก่าไปนานแล้วแต่ไม่ได้จดทะเบียนหย่า จึงทำให้เกิดปัญหาเนื่องจากไม่ทราบว่าคู่สมรสเก่าอยู่ที่ใด ทำให้ไม่สามารถหย่าหรือฟ้องหย่าได้

ตามกฎหมายเดิมนั้นหากได้เลิกรากับคู่สมรสที่เป็นชาวต่างชาติไปแล้วการส่งคำฟ้องหย่า

ของประเทศไทยนั้นไม่สามารถส่งไปยังต่างประเทศผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยหรือบริษัทเอกชนอื่นๆ ได้ แต่ไม่นานมานี้มีการออกกฎหมายใหม่ให้ส่งผ่านบริษัทดังกล่าวได้แล้วแต่ว่าผู้ฟ้องจะต้องทราบที่อยู่อย่างชัดเจน

ในกรณีที่ทราบว่าคู่สมรสเก่ายังคงอยู่ในประเทศไทยแต่ไม่ทราบที่อยู่นั้น ในทางกฎหมายมีกระบวนการให้สามารถขอที่อยู่ของคู่สมรสที่ทิ้งร้าง ได้ แต่ต้องเข้าเงื่อนไขต่างๆ ของกฎหมายด้วยจึงจะสามารถขอที่อยู่จากหน่วยราชการนั้นๆ ได้

กระบวนการฟ้องหย่าในศาลจะเริ่มได้ก็ต่อเมื่อมีการส่งคำฟ้องไปยังคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นแล้วหากผู้ฟ้องไม่มีที่อยู่ที่แน่ชัดของอีกฝ่ายศาลจะไม่รับคำฟ้องและจะไม่มีกระบวนการฟ้องเกิดขึ้น

{ 0 comments }

วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าคู่หมั้นอเมริกาขอพร้อมกันได้หรือไม่

March 17, 2020

มีหลายคนที่ได้ทำการขอยื่นวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาไปแล้ว แต่การยื่นขอวีซ่านั้นมีระยะเวลานานพอสมควรในการทราบผลอนุมัติ จึงมีคำถามขึ้นมาว่าสามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวในระหว่างที่รอการขอวีซ่าคู่หมั้นได้หรือไม่ โดยทั่วไปแล้วคู่หมั้นหรือคนรักคนไทยทั่วไปเมื่อหมั้นหรือแต่งงานกันแล้วก็สามารถที่จะย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันได้ แต่ในกรณีที่จะกล่าวดังต่อไปนี้คือต่างชาติกับคนไทยนั้นเมื่อฝ่ายชายหรือหญิงที่ต้องการอีกฝ่ายย้ายไปอยู่และใช้ชีวิตคู่ด้วยกันที่อเมริกาจึงจำเป็นต้องดำเนินการยื่นขอวีซ่าเพื่อเดินทางไป การยื่ขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา นั้นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 8 เดือนเป็นอย่างต่ำเพื่อทราบผลอนุมัติ ซึ่งถือว่าเป็นเวลานานพอสมควร และเมื่อมีคำถามขึ้นมาว่าสามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวในระหว่างที่รอการขอวีซ่าคู่หมั้นได้หรือไม่เนื่องจากวีซ่าท่องเที่ยวนั้นใช้ระยะเวลาในการทราบผลเร็วกว่าวีซ่าคู่หมั้น จากคำแนะนำของทนายจิตต์โสภิณฑ์นั้น กฎหมายไม่ได้ห้ามไม่ให้ขอในช่วงเวลาเดียวกันทุกคนอาจจะยื่นขอวีซ่าท่องเทียวได้แต่วีซ่าท่องเที่ยวนั้นอาจจะถูกปฏิเสธสูง เนื่องจากทางUSCISสามารถตรวจสอบประวัติได้ว่าเคยมีการยื่นขอวีซ่าประเภทคู่หมั้นมาก่อนแล้ว ดังนั้นหากผู้ใดที่มีความประสงค์จะขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปอยู่อาศัยกับคู่สมรสในสหรัฐอเมริกาโดยเร็ว จึงต้องมีการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญที่รู้ข้อมูลในการทำเอกสารให้ขั้นตอนการขอวีซ่าสั้นลงและเป็นไปได้รวดเร็ว

Read the full article →

ฟ้องภรรยาน้อย (ฟ้องชู้)

March 14, 2020

สาเหตุหลักๆ ของการเลิกราส่วนใหญ่แล้วมาจากการมีสามีน้อยหรือภรรยาน้อย ทำให้ฝ่ายคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายต้องการที่จะฟ้องผู้ที่เป็นน้อยหรือฟ้องชู้ ปัจจุบันเมื่อสามีภรรยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนอกใจไปมีภรรยาน้อยก็อาจจะทำให้ชีวิตคู่ถึงจุดจบลงได้ด้วยกันฟ้องหย่า แต่การฟ้องหย่านั้นเป็นแค่เพียงการแบ่งสินสมรสและหน้าที่ของสามีภรรยาจบลงตามกฎหมาย หากผู้ที่ได้รับความเสียหายคิดว่าตนควรได้รับสิทธิที่จะได้รับค่าทดแทนจากการถูกพรากสามีไปจึงควรมุ่งตรงไปที่การฟ้องสามีน้อยหรือภรรยาน้อย ( ฟ้องชู้ ) จากคำแนะนำของทนายความครอบครัวในเรื่องของการฟ้องภรรยาน้อยนั้น ตามกฎหมายไม่สามารถฟ้องได้แค่เพียงภรรยาน้อย(เมียน้อย) แต่ไม่มีกฎหมายที่จะฟ้องสามีน้อยได้ และการฟ้องอาจจะต้องมีหลักฐานพยานที่มีน้ำหนักน่าเชื่อเป็นอย่างมากโดยพยานหลักฐานต้องชัดเจนและหนักแน่น เช่น หลับนอนร่วมเตียงเดียวกันในบ้านที่มีบุตรอยู่ หรือเปิดเผยแสดงตัวภรรยาน้อยให้ผู้คนได้รู้จัก และหากฝ่ายผู้เสียหายนั้นสามารถพิสูจน์ได้ดังที่กล่าวมา ผู้เสียหายอาจจะได้รับค่าชดแทนจากภรรยาน้อยจากการที่พรากสามีไป จากคำพิพากษาการดูหนัง ทานข้าวด้วยกันหรือแอบนอนร่วมกันตามโรงแรม อาจจะยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10851/2555   

Read the full article →

กฎหมายประกาศให้ทำแท้งได้แล้ว

March 11, 2020

สำหรับประเทศไทยการทำแท้งถือเป็นปัญหามายาวนาน และถึงแม้ว่ากฎหมายจะอนุญาตให้ทำแท้งได้ในบางกรณีก็ตามแต่ก็ยังคงพบปัญหาที่ทำให้หญิงท้องต้องทำแท้งเถื่อนอยู่ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าการทำแท้งของหญิงท้องไม่ผิดอีกต่อไป เนื่องจากกฎหมายอาญาที่บัญญัติเกี่ยวกับการห้ามหญิงทำแท้งนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ให้ความเป็นธรรมต่อชายและหญิงเท่ากัน ซึ่งหมายความว่าหากครบ 360 วันหลังจากที่มีคำวินิจฉัยกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นการทำแท้งจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย หลังจากที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวออกมาก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายที่ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้งถูกกฎหมาย ซึ่งด้วยจารีตประเพณีของไทยการทำแท้งเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม และอาจจะเป็นการส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอีกด้วย ในอีกด้านหนึ่งก็มีบุคคลที่เห็นชอบต่อกฎหมายนี้ โดยมองว่าการทำแท้งนั้นเป็นเพียง “ปัญหาสุขภาพ” เนื่องจากการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมจะเลี้ยงดู และต้องการให้มีการทำแท้งในโรงพยาบาลอย่างถูกกฎหมายโดยไม่พึ่งพาการบริการทำแท้งใต้ดิน ปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวยังคงไม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้นหากหญิงใดทำแท้งก็อาจจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาอยู่ แต่หากเข้าข้อยกเว้นของกฎหมายการทำแท้งโดยแพทย์หรือเหตุอื่นตามที่กฎหมายอนุญาตการทำแท้งนี้ก็อาจจะสามรถทำได้อย่างถูกกฎหมาย หากหญิงใดไม่ต้องการที่จะทำแท้งยังมีทางเลือกอื่นเช่น มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมหรือการรับบุตรบุญธรรม 

Read the full article →

กฎหมายโควิด-19 ปกปิดประวัติการเดินทาง

March 6, 2020

เมื่อโรคโรคโควิด-19 ถูกประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายแล้วทำให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ในเรื่องของค่าปรับ ซึ่งส่งผลต่อทั้งผู้ประกอบการต่างๆ และผู้เดินทางมากลับมาจากต่างประเทศ เมื่อโรคโควิด-19 ถูกประกาศให้เป็นเป็นโรคติดต่ออันตรายและมีผลบังคับใช้แล้ว กฎระเบียบต่างๆ จึงต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นและมีการปฏิบัติให้เป็นไปตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558  ที่กำหนดให้ประชาชนหรือผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล หรือผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด เช่น โรงแรม จะต้องรายงานแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีผู้ต้องสงสัยหรือผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่ออันตราย โดยจะต้องให้ข้อมูลเป็นจริง หากไม่แจ้งอาจจะมีโทษปรับ 2 หมื่นบาท ซึ่งในแต่ละกรณีค่าปรับโรคโควิด-19  จะต่างกันออกไปตามลักษณะของความผิด หากในอนาคตโลกยังไม่สามารถที่จะควบคุมโรคโควิด-19 ได้และความร้ายแรงเพิ่มขึ้นรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกอาจจะมีมาตรการหรือกฎหมายใหม่เพื่อจัดการคุมควบมากขึ้นอีกระดับหนึ่งรวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

Read the full article →

กฎหมายปรับผู้ปกปิดประวัติ เสี่ยงเป็นโควิด-19

March 6, 2020

ในขณะนี้โรคไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ได้ถูกประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายแล้ว และยังมีโทษสำหรับผู้ประกอบการต่างๆ หรือบุคคลเสี่ยงที่ปกปิดประวัติที่จำเป็นสำหรับการสอบสวนโรค เมื่อโรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายมีผลบังคับใช้แล้วการดำเนินการจะเป็นไปตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 กำหนดให้ประชาชนหรือผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล หรือผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด เช่น โรงแรม จะต้องรายงานแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีผู้ต้องสงสัยหรือผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่ออันตราย โดยจะต้องให้ข้อมูลเป็นจริง หากไม่แจ้งจะมีโทษปรับ 2 หมื่นบาท ซึ่งในแต่ละกรณีค่าปรับโรคโควิด-19  จะต่างกันออกไปตามลักษณะของความผิด ในบางกรณีประชาชนอาจจะไม่ได้มีเจตนาในการปิดบังข้อมูลแต่ว่าสถานการณ์อาจจะทำให้ต้องเหมือนว่าปิดบังข้อมูลหรือประวัติการเดินทางจากประเทศที่เสี่ยง ดังนั้นเราอาจจะถูกหมิ่นประมาทจากเจ้าพนักงานก็เป็นไปได้ ในอนาคตหากโลกยังไม่สามารถที่จะควบคุมโรคโควิด-19 ได้และความร้ายแรงเพิ่มขึ้นรัฐบาลอาจจะมีมาตรการหรือกฎหมายใหม่เพื่อจัดการคุมควบมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง

Read the full article →

ทำแท้งถูกกฎหมาย เลิกพึ่งทำแท้งเถื่อน

March 3, 2020

การทำแท้งอาจจะเป็นทางเลือกแรกๆ สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้มีความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และถึงแม้ว่ากฎหมายจะอนุญาตให้ทำแท้งได้ในบางกรณีก็ตามแต่ก็ยังคงพบปัญหาที่ทำให้หญิงท้องต้องทำแท้งเถื่อนอยู่ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าการทำแท้งของหญิงท้องไม่ผิดอีกต่อไป เนื่องจากกฎหมายอาญาที่บัญญัติเกี่ยวกับการห้ามหญิงทำแท้งนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ให้ความเป็นธรรมต่อชายและหญิงเท่ากัน ซึ่งหมายความว่าหากครบ 360 วันหลังจากที่มีคำวินิจฉัยกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นการทำแท้งจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย หลังจากที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวออกมาก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายที่ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้งถูกกฎหมาย ซึ่งด้วยจารีตประเพณีของไทยการทำแท้งเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม และอาจจะเป็นการส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอีกด้วย ปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวยังคงไม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้นหากหญิงใดทำแท้งก็อาจจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาอยู่ แต่หากเข้าข้อยกเว้นของกฎหมายการทำแท้งโดยแพทย์หรือเหตุอื่นตามที่กฎหมายหรือศาลอนุญาต การทำแท้งนี้ก็อาจจะสามารถทำได้อย่างถูกกฎหมาย หากหญิงใดไม่ต้องการที่จะทำแท้งยังมีทางเลือกอื่นเช่น มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมหรือการรับบุตรบุญธรรม 

Read the full article →

สิทธิในอากาศสะอาด

March 3, 2020

ช่วงนี้ปัญหามลพิษทางอากาศเลวร้ายขึ้นในหลายพื้นที่จนอาจเรียกได้ว่าถึงขั้นวิกฤต โดยเฉพาะภาคกลางและกรุงเทพฯ ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยหมอกจนมองไม่เห็นฟ้าไปหลายวัน ทำให้มีประชาชนเริ่มออกมาทวงสิทธิในอากาศสะอาด สำหรับประเทศไทยเองนั้น กฎหมายก็เปิดช่องให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ ซึ่งอาจจะกระทำโดยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายสิทธิในอากาศสะอาด  เฉพาะออกมาบังคับอย่างแน่นอนเนื่องจากการมลพิษในอากาศของประเทศไทยไม่มีถึงกับเข้าขั้นวิกฤตมาก่อน อย่างในประเทศอังกฤษในปีหลังจากเกิดปัญหาควันพิษในปี 1952 ที่ทำให้คนตายเป็นพันคนก็มีการออก Clean Air Act  จากกรณีดังกล่าวทำให้เกิดตั้งคำถามต่อประเทศไทยว่าต้องให้มีประชาชนตายก่อนใช่หรือไม่ ถึงจะมีการกำหนดมาตราหรืออกกฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นในประเทศไทยในตอนนี้

Read the full article →

ครูถูกจับค้าประเวณีเด็กและอาจโดนฟ้องละเมิด

March 1, 2020

ครูที่จังหวัดสุรินทร์เปิดร้านโคราโอเกะบังหน้าเพื่อเปิดสถานบริการค้าประเวณีเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่ตนประจำอยู่ ตามกฎหมายอาญาอาจจะมีความผิดค้ามนุษย์ พรากผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครองและอาจจะผิดละฐานละเมิดอีกด้วย เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563ที่ผ่านมามีการเข้าจับคุมร้านโคราโอเกะที่อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ โดยร้านคาราโอเกะทั้ง 3 แห่งดังกล่าวนี้เปิดบังหน้าเพื่อแอบแฝงขายบริการทางเพศซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยเสนอขายบริการทางเพศในราคา 1,200 บาท ซึ่งเด็กได้ส่วนแบ่ง 900 บาท ทางร้านหักไว้ 300 บาท ร้านคาราโอเกะ 3 แห่งนี้ มีครูชำนาญการของโรงเรียนปฐมศึกษาแห่งหนึ่งภายในเขตพื้นที่อำเภอศีขรภูมิเป็นเจ้าของร้าน และอาจมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกด้วยในการให้ทางสะดวกแก่การเปิดสถานบริการ ซึ่งในกรณีนี้ครูอาจจะมีความผิดฐานค้าประเวณีเด็กตามกฎหมายอาญาและอาจจะถูกปลดออกจากการเป็นข้าราชการอีกด้วย กรณีที่กล่าวมานี้ครูอาจจะถูกดำเนินคดีอาญาและผู้ปกครองของเด็กอาจจะไม่ได้รับค่าเสียหายจากการถูกละเมิดในทางแพ่ง ดังนั้นหากผู้เสียหายได้รับคำแนะนำจากทนายความจิราพรก็อาจจะได้รับค่าเสียหายด้วย

Read the full article →