Javascript DHTML Drop Down Menu Powered by dhtml-menu-builder.com

 
Thailand Lawyers


 
Choose Language:  thailand lawyer English  ภาษาไทย   Japanese  
ค้นหา  
Javascript DHTML Drop Down Menu Powered by dhtml-menu-builder.com

 

 
  ชนินาฎ แอนด์ ลีดส์
เลขที่ 10/154 อาคารเทรนดี้ ออฟฟิศ ชั้น18 ถนนสุขุมวิท ซอย 13
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
Tel : (662) 168 7001 (-3)
** If dialing within Thailand,
Please dial: (02) 168 7001 (-3) **

Fax: (662) 168 7004

E-mail: info@lawfirm.in.th

 

การรับบุตรบุญธรรม (Adoption)

แต่เดิมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเคยจำกัดอยู่เฉพาะในระหว่างเครือญาติ  และผู้ที่รู้จักคุ้นเคยกันเท่านั้น  ซึ่งการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมส่วนใหญ่จะมาจากเจตนาดี  หรือความสงสาร  หรือความต้องการที่จะเกื้อหนุนกันในกลุ่มเครือญาติ  แต่ต่อมาการรับบุตรบุญธรรมก็แพร่ขยายกว้างขวาง ออกไปสู่บุคคลภายนอกอื่นๆที่ประสงค์จะรับเด็กไว้ในอุปการะ เช่น ในครอบครัวที่ไม่มีบุตร  ซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ  ดังนั้นหากปล่อยให้การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กระทำได้อย่างเสรีไม่มีการควบคุม อาจมีผู้ถือโอกาสหาประโยชน์จากการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้  รัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ และป้องกันการค้าเด็กในรูปของการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

นอกจากนี้  ในบางกรณีผู้รับบุตรบุญธรรมและเด็กอาจไม่เคยพบเจอกันมาก่อน  เช่น  การแสดงความจำนงขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจากสถานสงเคราะห์  โดยปกติผู้รับบุตรบุญธรรม และเด็กไม่มีโอกาสพบกันมาก่อน ย่อมไม่คุ้นเคยกัน กฎหมายจึงกำหนดมาตรการหนึ่งขึ้นมาเพื่อให้โอกาสผู้รับบุตรบุญธรรมและเด็กสร้างความคุ้นเคยกันเสียก่อนที่จะมีการตกลงปลงใจจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม  มาตรการดังกล่าวคือการกำหนดให้มีการทดลองเลี้ยงดูเด็กเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน  เพื่อทดสอบว่าผู้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเลี้ยงดูเด็กหรือไม่   อย่างไรก็ดี  ถ้าเป็นการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมในระหว่างเครือญาติ กฎหมายก็ยกเว้นให้ไม่ต้องทดลองเลี้ยงดูเด็กก่อน  เพราะมีความเชื่อว่าบุคคลที่เป็นญาติของเด็กย่อมจะไม่คิดร้ายต่อเด็ก  และรวมถึงกรณีที่ผู้รับบุตรบุญธรรมและเด็กไม่ใช่ญาติทางสายเลือด  หากแต่เป็นบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกันโดยผลของกฎหมาย เช่น เด็กนั้นเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมเอง  หรือ อาจเป็นบุตรที่ติดมาของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง  กรณีเช่นนี้ย่อมวางใจได้ว่า  ผู้รับบุตรบุญธรรมน่าจะต้องมีเจตนาจริงใจในการรับบุตรบุญธรรม  ดังนั้นใน พ.ศ. 2533  จึงมีการแก้กฎหมายเพิ่มข้อยกเว้นไม่ต้องทดลองเลี้ยงดูเด็ก ให้ขยายไปถึงกรณีที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งจะรับบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ติดมาของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของตนไม่จำต้องมีการทดลองเลี้ยงดูเด็กก่อน 

หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ “การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม” โดยตรงมี 2 ฉบับ คือ

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ครอบครัว  ลักษณะ 2 บิดามารดากับบุตร และหมวด 4 บุตรบุญธรรม กฎหมายในส่วนนี้ใช้บังคับกับการรับบุตรบุญธรรมทุกกรณี  ไม่ว่าบุตรบุญธรรมจะเป็นผู้เยาว์หรือบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม
  2. พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2533 ประกอบกับ กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2543)  กฎหมายในส่วนนี้บัญญัติถึงวิธีการและขั้นตอนในการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม โดยเน้นในเรื่องแบบวิธีในการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเป็นสำคัญ  รวมตลอดถึงการทดลองเลี้ยงดู  ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมด้วย
   
 
(สงวนสิทธิ์: ข้อมูลที่นำเสนอในหน้านี้มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถใช้อ้างอิงหรือชี้แนะ
ก่อนที่จะปฏิบัติการทางกฎหมายใดๆ ควรได้รับคำแนะนำจากนักกฎหมายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวข้อง)
     
 

หน้าแรก | กฎหมายเกี่ยวกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ | ซื้อที่ดิน | ซื้ออาคารชุด | กฎหมายเกี่ยวกับการซื้อคอนโด | จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
วีซ่าสหรัฐ และวีซ่าแต่งงาน | จดทะเบียนเลิกบริษัท และชำระบัญชี | พิสูจน์ข้อเท็จจริง | วีซ่าแต่งงาน / วีซ่าคู่หมั้น | คดีมรดก พินัยกรรม
การหย่า | คดีการได้รับบาดเจ็บส่วนบุคคล | คดีอาญา | เครื่องหมายการค้า | ติดต่อเรา | พบเรา | ทนายความ | สารบัญเว็บ
| ร่วมงานกับเรา

Thailand Law Partners:
Thailand Law Forum | US Fiance Visa Lawyer Thailand | Thailand Law Firm and Attorney

Copyright © 2001-2012 Chaninat & Leeds Law Office สำนักกฎหมาย ชนินาฏ แอนด์ ลีดส์ All rights reserved.